บ้านน็อคดาวน์กันเสียงได้ไหม? ดูสเปกผนัง ประตู และช่องเปิดอย่างไรก่อนซื้อ

ตรวจสเปกผนังฉนวนและหน้าต่างของบ้านน็อคดาวน์

บ้านน็อคดาวน์สามารถลดเสียงจากภายนอกและลดเสียงรบกวนระหว่างพื้นที่ได้ แต่ระดับ บ้านน็อคดาวน์กันเสียง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีฉนวนเพียงอย่างเดียว ต้องพิจารณาระบบผนังทั้งชุด ประตู หน้าต่าง รอยต่อ และช่องที่งานระบบเดินผ่านด้วย เพราะเสียงสามารถเดินทางผ่านจุดที่ปิดไม่สนิทได้ แม้ผนังส่วนหลักจะมีวัสดุช่วยลดเสียงอยู่แล้ว

ดังนั้น หากต้องการบ้านสำหรับอยู่อาศัย ห้องทำงาน ห้องพัก หรือพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ควรถามผู้ผลิตถึง “โครงสร้างจริง” มากกว่าดูเพียงว่ามีคำว่าเก็บเสียงหรือมีฉนวนอยู่ในผนัง

บ้านน็อคดาวน์ลดเสียงได้แค่ไหน ขึ้นอยู่กับเสียงแบบใด

ก่อนดูสเปก ควรแยกก่อนว่าเสียงที่ต้องการลดเป็นเสียงประเภทใด เพราะวิธีจัดการไม่เหมือนกัน

เสียงพูด โทรทัศน์ และเสียงทั่วไป

เสียงประเภทนี้เป็นเสียงที่เดินทางผ่านอากาศ การเพิ่มมวลของผนัง การทำผนังหลายชั้น การใส่วัสดุดูดซับเสียงภายในช่องผนัง และการปิดรอยต่อให้สนิท สามารถช่วยลดการส่งผ่านเสียงได้

เสียงรถหรือเสียงจากพื้นที่ภายนอก

นอกจากผนังแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับหน้าต่าง ประตู ช่องระบายอากาศ และรอยต่อรอบวงกบ เพราะส่วนที่มีช่องเปิดมักเป็นเส้นทางที่เสียงผ่านเข้ามาได้ง่ายกว่าแผ่นผนังทึบ หากเลือกใช้อลูมิเนียมระบบยูโรโปรไฟล์ (Euro Profile) จะใช้ป้องกันเสียงจากภายนอกได้

เสียงกระแทกและแรงสั่นสะเทือน

เสียงเดิน เสียงของตก หรือการสั่นจากเครื่องจักรสามารถส่งผ่านโครงสร้างได้ การเพิ่มฉนวนในผนังอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ ต้องดูการแยกโครงสร้าง พื้น จุดยึด และตำแหน่งต้นกำเนิดเสียงร่วมด้วย

ผนังกันเสียงบ้านน็อคดาวน์ควรดูสเปกอะไร

คำว่า “ผนังมีฉนวน” ยังไม่เพียงพอสำหรับประเมินประสิทธิภาพ ควรถามรายละเอียดตั้งแต่ผิวผนังด้านนอกไปจนถึงด้านใน

สิ่งที่ควรตรวจมีทั้งชนิดและความหนาของแผ่นผนัง จำนวนชั้นผนัง โครงคร่าว ตลอดจนวิธีปิดรอยต่อระหว่างแผ่น

หลักการทั่วไปของผนังลดเสียงคือ ต้องควบคุมหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ มวลของวัสดุ ช่องว่างในระบบผนัง วัสดุดูดซับภายใน จึงจะสามารถลดแรงสั่นสามารถส่งต่อผ่านโครงสร้างได้

ฉนวนกันเสียงกับวัสดุซับเสียงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

วัสดุดูดซับเสียง เช่น วัสดุเส้นใยที่ติดตั้งในช่องผนัง มีหน้าที่ช่วยลดพลังงานเสียงภายในช่องว่าง แต่ไม่ควรพิจารณาแยกจากโครงสร้างผนังทั้งหมด

ในทางกลับกัน วัสดุซับเสียงที่ติดบนผิวผนังห้องบางประเภทออกแบบมาเพื่อลดเสียงสะท้อนภายในห้องเป็นหลัก ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันเสียงจากภายนอกได้ดี

จึงควรถามว่า ฉนวนกันเสียง อยู่ตำแหน่งใด ใช้ร่วมกับแผ่นผนังกี่ชั้น และระบบผนังประกอบอย่างไร แทนการตัดสินจากชื่อวัสดุเพียงอย่างเดียว

ประตูอาจทำให้ผนังที่ดีลดประสิทธิภาพลง

ต่อให้ผนังออกแบบมาดี หากประตูมีช่องใต้บานหรือวงกบปิดไม่สนิท เสียงก็สามารถผ่านบริเวณดังกล่าวได้

ก่อนซื้อควรดูทั้งลักษณะของบานประตู ความแน่นของวงกบ ซีลรอบบาน และช่องใต้ประตู โดยเฉพาะห้องนอน ห้องทำงาน หรือห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวด้านเสียง

หน้าต่างและช่องเปิดต้องดูพร้อมกับผนัง

หน้าต่างเป็นอีกจุดที่ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะบ้านที่ตั้งติดถนน อยู่ใกล้พื้นที่กิจกรรม หรือมีเสียงจากภายนอกเป็นประจำ

ควรตรวจอย่างน้อย 3 เรื่อง ได้แก่

  • รูปแบบและจำนวนชั้นของกระจก
  • ระบบวงกบและความแน่นหนาเมื่อปิด
  • การซีลรอยต่อระหว่างวงกบกับผนัง

ไม่ควรพิจารณาเฉพาะความหนากระจก เพราะหากบริเวณขอบวงกบมีช่องว่าง เสียงยังสามารถผ่านจุดดังกล่าวได้ การซีลช่องรอบกรอบประตูและหน้าต่างจึงมีผลต่อทั้งการรั่วของอากาศและเป็นทางผ่านของเสียง

รอยต่อเล็ก ๆ ก็มีผลต่อการกันเสียง

บ้านน็อคดาวน์ประกอบจากชิ้นส่วนหลายส่วน จึงควรตรวจงานต่อระหว่าง

  • ผนังกับพื้น
  • ผนังกับฝ้า
  • ผนังแต่ละแผง
  • วงกบกับผนัง
  • ช่องเดินสายไฟ
  • จุดเดินท่อและงานระบบ
  • ช่องระบายอากาศ

เนื่องจากเสียงสามารถเล็ดลอดผ่านช่องและรอยต่อได้ งานซีลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการลดเสียง ไม่ใช่เพียงงานเก็บผิวหลังติดตั้ง

เลือกสเปกให้ตรงกับการใช้งานจริง

บ้านพักทั่วไปอาจไม่ได้ต้องการระบบเสียงระดับเดียวกับห้องประชุมหรือห้องบันทึกเสียง ดังนั้นการเลือกสเปกควรเริ่มจากกิจกรรมภายในบ้านและสภาพแวดล้อมรอบพื้นที่ติดตั้ง

บ้านที่ตั้งในพื้นที่เงียบและใช้พักอาศัยทั่วไป อาจเน้นผนังที่มีฉนวนพร้อมประตูหน้าต่างปิดสนิท ส่วนบ้านใกล้ถนนหรือพื้นที่ที่มีเสียงต่อเนื่อง ควรให้ความสำคัญกับช่องเปิดและระบบผนังมากขึ้น

ถ้าจะใช้เป็นสำนักงาน ห้องประชุม ห้องนอน หรือพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ควรแจ้งผู้ผลิตตั้งแต่ก่อนออกแบบ เพราะการแก้ระบบผนัง ประตู หรือหน้าต่างตั้งแต่ต้นมักทำได้ตรงจุดกว่าการเพิ่มวัสดุภายหลัง

ในขั้นตอนนี้ Urban Studio 2021 ควรได้รับข้อมูลเรื่องตำแหน่งติดตั้ง แหล่งเสียงรอบพื้นที่ และลักษณะการใช้งานจริงก่อนกำหนดสเปกบ้าน เพื่อให้สามารถพิจารณาระบบผนัง ฉนวน ประตู และช่องเปิดไปพร้อมกัน แทนการเลือกจากรูปแบบบ้านเพียงอย่างเดียว

เช็กลิสต์สั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ

ก่อนเลือกบ้านน็อคดาวน์สำหรับพื้นที่ที่กังวลเรื่องเสียง ลองขอข้อมูลจากผู้ผลิตให้ครบดังนี้

  1. ผนังประกอบด้วยวัสดุอะไรและมีกี่ชั้น
  2. ภายในผนังใช้ฉนวนชนิดใด
  3. ระบบประตูและซีลรอบบานเป็นแบบใด
  4. หน้าต่างใช้กระจกและวงกบรูปแบบใด
  5. รอยต่อระหว่างผนัง พื้น ฝ้า และวงกบปิดอย่างไร
  6. ช่องเดินท่อและสายไฟมีวิธีปิดรอยต่อหรือไม่
  7. มีผลทดสอบด้านเสียงของระบบครบชุดหรือไม่
  8. สามารถปรับสเปกตามแหล่งเสียงและลักษณะการใช้งานได้หรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยวิเคราะห์คุณสมบัติการป้องกันเสียงได้

เรื่องที่มักสงสัยก่อนเลือกบ้าน

Q: เพิ่มแผ่นซับเสียงหลังสร้างบ้านแล้วช่วยกันเสียงได้ไหม?
A: ขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ แผ่นซับเสียงสำหรับลดเสียงก้องภายในห้องไม่ได้ทำหน้าที่เดียวกับระบบป้องกันเสียงผ่านผนัง หากปัญหาคือเสียงจากภายนอก ควรตรวจเส้นทางของเสียงก่อนว่าจะมาจากผนัง ประตู หน้าต่าง หรือช่องเปิด
A: มีโอกาสได้หากช่องเดินท่อหรือสายต่าง ๆ ปิดรอบช่องไม่สนิท จึงควรตรวจการเก็บรอยต่อหลังติดตั้งงานระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะตัวเครื่องปรับอากาศ  
 A: ไม่จำเป็นทุกกรณี ควรพิจารณาจากระดับและแหล่งเสียงภายนอก รวมถึงสเปกของกระจก ช่องว่างระหว่างชั้นกระจก วงกบ และคุณภาพการติดตั้งร่วมกัน
 A: ควรแจ้งตั้งแต่ช่วงกำหนดแบบและสเปก เพราะจะสามารถวางผนัง ประตู หน้าต่าง และตำแหน่งช่องใช้งานให้สัมพันธ์กับพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวได้ตั้งแต่ต้น

อย่าดูแค่ว่ามีฉนวนหรือไม่มี

การประเมินว่าบ้านน็อคดาวน์กันเสียงได้ดีเพียงใด ต้องมองบ้านเป็นระบบเดียวกันตั้งแต่ชั้นผนัง ฉนวน โครง ประตู หน้าต่าง ไปจนถึงรอยต่อและช่องงานระบบ จุดใดจุดหนึ่งที่เปิดหรือปิดไม่สนิทอาจกลายเป็นเส้นทางของเสียงได้

ก่อนซื้อจึงควรระบุให้ชัดว่าต้องการลดเสียงอะไร เสียงมาจากทิศทางใด และพื้นที่ภายในใช้ทำอะไร แล้วจึงเลือกสเปกให้เหมาะกับเงื่อนไขจริง แทนการตัดสินจากคำว่า “กันเสียง” เพียงอย่างเดียว

แจ้งลักษณะพื้นที่และปัญหาเสียง เพื่อเทียบสเปกบ้านก่อนตัดสินใจ