บ้านน็อคดาวน์ร้อนไหม? ต้องดูอะไรบ้างก่อนเลือกวัสดุ

บ้านน็อคดาวน์พร้อมวัสดุลดความร้อนและช่องลม

คำถามที่ว่า บ้านน็อคดาวน์ร้อนไหม คำตอบคือ บ้านน็อคดาวน์ไม่จำเป็นต้องร้อน หากออกแบบและเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพอากาศตั้งแต่ต้น เพราะความร้อนภายในบ้านไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับระบบผนัง หลังคา ฉนวน กระจก การบังแดด รวมถึงการระบายอากาศภายในบ้านด้วย

สาเหตุที่บ้านน็อคดาวน์บางหลังมีความร้อนสะสม มักเกิดจากการเลือกใช้ผนังหรือหลังคาแผ่นเหล็กและวัสดุสังเคราะห์แบบชั้นเดียว โดยไม่มีฉนวนหรือระบบช่วยลดการถ่ายเทความร้อน การวางสเปกวัสดุให้เหมาะสมตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดความร้อนสะสมและเพิ่มความสบายภายในบ้านได้

ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้บ้านน็อคดาวน์สะสมความร้อน

บ้านน็อคดาวน์หลายรูปแบบใช้โครงสร้างเหล็กเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งเหล็กเป็นวัสดุที่นำความร้อนได้สูง จึงควรออกแบบระบบผนัง หลังคา และฉนวนให้เหมาะสม เพื่อช่วยลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่พื้นที่ภายใน

  • ผนังบางเกินไปและไม่มีฉนวน: การใช้แผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์หรือเหล็กเมทัลชีทเพียงชั้นเดียวเป็นผนังภายนอก โดยไม่มีช่องอากาศหรือฉนวนกั้นกลาง อาจทำให้ความร้อนจากภายนอกถ่ายเทเข้าสู่ตัวบ้านได้ง่ายขึ้น

  • หลังคาไม่มีฉนวนกันความร้อน: หลังคาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารที่รับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน หากไม่มีฉนวนหรือระบบช่วยลดการถ่ายเทความร้อน ความร้อนอาจสะสมบริเวณใต้หลังคาและส่งต่อเข้าสู่พื้นที่ภายใน

  • กระจกและช่องแสงขนาดใหญ่: การติดตั้งกระจกในพื้นที่ที่รับแดดโดยตรง โดยไม่มีอุปกรณ์บังแดดหรือเลือกใช้กระจกที่ช่วยควบคุมความร้อน อาจทำให้พลังงานจากแสงอาทิตย์เข้าสู่ตัวบ้านมากขึ้น

  • ขาดการระบายอากาศตามธรรมชาติ: หากตำแหน่งประตูและหน้าต่างไม่เอื้อต่อทิศทางลม อากาศร้อนภายในบ้านอาจระบายออกได้ไม่ดี ส่งผลให้รู้สึกร้อนและอับมากขึ้น

เจาะลึกวัสดุสร้างบ้านน็อคดาวน์ เลือกแบบไหนช่วยลดความร้อน

การเลือกวัสดุสำหรับผนัง หลังคา และช่องเปิดเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน โดยวัสดุแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และควรพิจารณาร่วมกับความหนา ระบบติดตั้ง และลักษณะการใช้งานจริง

ประเภทวัสดุ

แนวทางช่วยลดความร้อน

จุดเด่นด้านการใช้งาน

ผนัง Sandwich Panel (EPS / PU)

ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ดี โดยขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาของฉนวน

มีแกนฉนวนอยู่ตรงกลาง น้ำหนักค่อนข้างเบา และติดตั้งได้รวดเร็ว

ผนังไฟเบอร์ซีเมนต์ + กลาสวูล

ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ดีเมื่อออกแบบระบบผนังเหมาะสม

ทนต่อสภาพอากาศ และสามารถเพิ่มฉนวนใยแก้วภายในช่องผนังได้

หลังคา Sandwich Panel

ช่วยลดความร้อนจากหลังคาได้ดีตามชนิดและความหนาของฉนวน

มีชั้นฉนวนภายใน และช่วยลดเสียงจากแรงกระทบของฝนได้บางส่วน

หลังคาเมทัลชีท + ฉนวน PE

ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนได้ในระดับหนึ่ง

ติดตั้งง่ายและมีหลายระดับความหนาให้เลือกตามงบประมาณ

กระจก Low-E / กระจกควบคุมความร้อน

ช่วยควบคุมความร้อนจากแสงอาทิตย์ได้ โดยประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับสเปกกระจก

เหมาะกับบริเวณที่ต้องการช่องแสง แต่ควรพิจารณาค่า SHGC และ U-value ร่วมด้วย

การเลือกวัสดุจึงไม่ควรดูเพียงชื่อประเภทวัสดุเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความหนา ค่าการนำความร้อน รายละเอียดรอยต่อ และวิธีติดตั้งร่วมกัน เพื่อให้ระบบผนังและหลังคาทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้

เทคนิคการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อช่วยลดความร้อนในตัวบ้าน

นอกเหนือจากการเลือกวัสดุแล้ว การวางแนวอาคาร การออกแบบช่องเปิด และการบังแดด ล้วนมีส่วนช่วยลดความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน และอาจช่วยลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศได้

จัดวางทิศทางบ้านให้เหมาะกับแดดและลม

ควรวางแนวอาคารและตำแหน่งช่องเปิดโดยพิจารณาทิศทางแดดและลมของพื้นที่จริง โดยเฉพาะผนังด้านทิศตะวันตกซึ่งมักได้รับแดดช่วงบ่ายค่อนข้างมาก อาจเลือกใช้พื้นที่กระจกให้น้อยลงหรือเพิ่มอุปกรณ์บังแดดบริเวณดังกล่าว

ส่วนตำแหน่งประตูและหน้าต่างควรออกแบบให้เอื้อต่อการไหลเวียนของอากาศ หากสามารถจัดช่องเปิดคนละด้านของพื้นที่ให้ลมพัดผ่านได้ จะช่วยให้เกิดการระบายอากาศแบบ Cross Ventilation และช่วยลดการสะสมของอากาศร้อนภายในบ้าน

ออกแบบชายคาและระแนงบังแดดให้เหมาะกับพื้นที่

การใช้ชายคา ระแนง หรือแผงบังแดด ช่วยลดแสงแดดที่ตกกระทบผนังและกระจกโดยตรง โดยเฉพาะบริเวณที่รับแดดจัดในช่วงกลางวันและบ่าย

ขนาดและตำแหน่งของอุปกรณ์บังแดดควรออกแบบให้สัมพันธ์กับทิศทางของอาคาร ความสูงของช่องเปิด และมุมของแสงแดด ไม่จำเป็นต้องกำหนดความลึกของชายคาเท่ากันทุกด้านหรือใช้ขนาดเดียวกันกับบ้านทุกหลัง

ออกแบบระดับพื้นและพื้นที่ใต้บ้านให้เหมาะสม

การยกระดับพื้นบ้านให้เหมาะกับสภาพพื้นที่สามารถช่วยแยกโครงสร้างพื้นออกจากระดับดิน และช่วยลดความเสี่ยงจากความชื้นหรือน้ำบริเวณพื้นดิน

สำหรับบ้านที่ออกแบบให้มีช่องว่างใต้พื้น หากมีการจัดช่องทางให้อากาศไหลเวียนอย่างเหมาะสม ก็อาจช่วยลดการสะสมของความร้อนและความชื้นบริเวณใต้พื้นได้ด้วย ทั้งนี้ระดับความสูงควรพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ แบบโครงสร้าง และข้อกำหนดของงานก่อสร้างแต่ละโครงการ

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับการคุมความร้อนก่อนตัดสินใจซื้อ

Q: ติดตั้งแอร์ในบ้านน็อคดาวน์ จะกินไฟมากกว่าบ้านปูนไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องกินไฟมากกว่าบ้านปูนเสมอไป เพราะการใช้พลังงานของเครื่องปรับอากาศขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประสิทธิภาพของผนังและหลังคา ฉนวนกันความร้อน ขนาดและประเภทของกระจก การรั่วไหลของอากาศ ขนาดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงพฤติกรรมการใช้งาน
หากออกแบบระบบกันความร้อนของบ้านได้เหมาะสมและเลือกขนาดเครื่องปรับอากาศให้สัมพันธ์กับพื้นที่ ก็สามารถช่วยลดภาระการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศได้
A: สามารถทำได้ในหลายกรณี เช่น การเพิ่มฉนวนบริเวณใต้หลังคาหรือเหนือฝ้าเพดาน การติดตั้งฉนวนเพิ่มเติมในระบบผนัง หรือปรับปรุงผนังด้านที่รับแดดจัด
ส่วนการใช้ PU Foam หรือฉนวนประเภทอื่นควรพิจารณาความเหมาะสมกับโครงสร้างเดิม ระบบไฟฟ้า ความชื้น การระบายอากาศ และคำแนะนำในการติดตั้งของผู้ผลิตก่อนดำเนินการ
 
 A: โดยทั่วไปฉนวน PU สามารถให้ค่าความต้านทานความร้อนต่อความหนาได้สูงกว่า EPS แต่ประสิทธิภาพจริงของฉนวนทั้งสองประเภทต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความหนา ความหนาแน่น และสเปกของผู้ผลิต
ดังนั้น หากต้องการเปรียบเทียบด้านการกันความร้อน ควรพิจารณาค่าการนำความร้อนหรือค่าความต้านทานความร้อนของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นร่วมกับงบประมาณและรูปแบบการใช้งาน

สรุปแนวทางเลือกสร้างบ้านน็อคดาวน์ให้อยู่สบาย

การเลือกบ้านน็อคดาวน์ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาความร้อนเสมอไป เพราะประสิทธิภาพด้านความร้อนของบ้านขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบอาคารโดยรวม

การเลือกใช้ผนังที่มีฉนวน เช่น Sandwich Panel การติดตั้งฉนวนบริเวณหลังคา การเลือกกระจกให้เหมาะกับทิศทางแดด การเพิ่มอุปกรณ์บังแดด และการจัดตำแหน่งช่องเปิดให้เอื้อต่อการระบายอากาศ ล้วนมีส่วนช่วยลดความร้อนสะสม เพิ่มความสบายภายในบ้าน และลดภาระของระบบปรับอากาศได้

หากต้องการผู้ช่วยวางสเปกวัสดุและออกแบบบ้านให้เหมาะกับสภาพพื้นที่และงบประมาณ ทีมงานจาก Urban Studio 2021 พร้อมให้คำแนะนำและประเมินรายละเอียดตามรูปแบบบ้านที่ต้องการ